Hypochlorous Acid - บทบาทกับดวงตา

Last updated: 2021-07-21  |  537 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Hypochlorous Acid - บทบาทกับดวงตา

HOCl เป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบที่นำมาใช้สู้กับเชื้อโรค มันสามารถใช้ได้ดีกับเชื้ออย่าง MRSA ซึ่งข้อดีคือมันยังปลอดภัยกับมนุษย์อีกด้วย ไร้สารเคมี และไร้สารพิษ ทุกอย่างจากธรรมชาติ มันคือส่วนผสมที่ลงตัว

HOCl นั้นได้ถูกใช้งานในวงการแพทย์มามากกว่า 100 ปีแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะมียาปฏิชีวนะเสียอีก ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 HOCl ก็ได้ถูกงัดมาใช้ในบทบาทของการฆ่าเชื้อจากบาดแผลต่างๆ และในสมัยนี้ได้มีการใช้ทุกวันอย่างเป็นกิจวัตรในโรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งมีขายในร้านขายของชำทั่วไป
 

เม็ดเลือดขาว กับ HOCl 

เวลาที่มีเชื้อโรคบุกรุกเข้ามาในร่างกายของเรา ตำรวจในร่างกายของเราก็คือเม็ดเลือดขาว และในร่างกายของเรามีเม็ดเลือดขาวหลายชนิด ซึ่งชนิดที่จะมาถึงที่เกิดเหตุเป็นชนิดแรกก็คือ Neutrophils โดยมันจะทำการไล่ล่าเชื้อโรคและดูดกลืนผ่าน Phagocytosis เพื่อให้เข้ามาอยู่ในตัวมันหลังจากนั้นจะเริ่มทำการปล่อยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดออกมา ซึ่งพระเอกของเราก็คือ HOCl นั่นเอง โดยมันจะฆ่าเชื้อโรคโดยการฉีกเยื่อหุ้มเซลล์และโปรตีน และภายหลังจากที่เชื้อแบคทีเรียได้ตายไป ตัว Neutrophils เองก็จะแตะกระจายตัวออกเป็นเศษเล็กๆ เพื่อเป็นอาหารของเซลล์ต่อไป
 

การฆ่าเชื้อโรค

HOCl และ Bleach (สารฟอกขาว)

อย่างที่ทราบกันดี ว่านอกจาก HOCl แล้ว เรายังมีน้ำยาฆ่าเชื้อตัวอื่นอีก เช่น Bleach หรือที่เรารู้จักกันว่าสารฟอกขาว โดยจะมีการใช้กันแพร่หลายในโรงพยาบาล และนอกจากนี้สารฟอกขาวยังจัดอยู่ในตระกูนคลอรีนเดียวกันกับ HOCl อีกด้วย

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่สามารถฆ่าแบคทีเรีย เชื้อรา สปอร์ และไวรัสได้อย่างสบายๆ. แต่สิ่งที่แตกต่างคือสารฟอกขาวนั้นจะทำให้ผิวหนัง ดวงตา ระคายเคืองได้ หรือถ้าหากเราเผลอสูดนำสารฟอกขาวเข้าไปก็จะทำให้มีปัญหากับปอดในระยะยาวอีก ในทางกลับกัน HOCl ที่ถึงแม้ว่าจะมีกลิ่น Chlorine อ่อนๆ เหมือนกลิ่นสระว่ายน้ำ แต่กลับไม่มีการระคายเคืองต่อผิวหนัง และมันไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นพิษอีกด้วย

แอลกอฮอล์

จัดเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ยอดฮิตอันดับต้นๆในคลินิก สำหรับเอาไว้เช็ดฆ่าเชื้ออุปกรณ์, เฟอร์นิเจอร์ และที่สำคัญสามารถนำมาใช้เป็นเจลล้างมือได้อีกด้วย โดย Ethyl Alcohol (70%) ถูกพิจารณาว่ามีประสิทธิภาพได้ดีกว่า Isopropyl Alcohol ซึ่งทั้งคู่นั้นสามารถฆ่าเชื้อ เชื้อรา ไวรัสได้ แต่ไม่สามารถฆ่าสปอร์ได้

เจลล้างมือ

เจลล้างมือและแอลกอฮอล์ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นกิจวัตรในหลายๆ ในสำนักงานแพทย์ แต่การใช้งานที่มากจนเกินไป อาจก่อให้เกิดโรคทางผิวหนังขึ้นได้ โดยหากใช้งานมากไปอาจก่อให้เกิดการแพ้ ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายเคืองอย่างมาก รวมไปถึงจะมีผื่นขึ้นตามมาที่มือ โดยวิธีแก้ไขคือต้องเลิกใช้เจลล้างมือและหันมาใช้ถุงมือแบบ latex free แทน แต่มันก็ยังอาจจะต้องใช้เวลาหลายเดือน กว่าที่มือจะสามารถถูกรักษาและกลับมาเป็นปกติเหมือนใหม่

โดยมีงานวิจัยหนึ่งได้บอกถึงความชุกตัวในการเป็นโรคผิวหนังจากการใช้เจลล้างมือ ซึ่งได้มีความชุกอยู่ที่ 25-55% ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูง แต่โชคดีที่เรามี HOCl ที่สามารถใช้แทนที่เจลแอลกอฮอล์แทนได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง หรือผลข้างเคียงอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ HOCl ยังมีการฆ่าเชื้อที่มีประสิทธิภาพกว่าแอลกอฮอล์อีกด้วย


การผลิต HOCl

หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า ถ้าหากว่า HOCl นั้นมีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยต่อผิวหนังแบบที่กล่าวไว้ แล้วทำไมทุกวันนี้การใช้งานของ HOCl ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในบ้านเรือนนัก?

จริงๆแล้วก็มีหลากหลายสาเหตุ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุนั้นคือราคาต้นทุนของการผลิต โดยการผลิต HOCl นั้นมีต้นทุนการผลิตที่สูงในสมัยก่อน จนเริ่มดีขึ้นในสมัยปัจจุบัน สาเหตุถัดมาคือความเสถียรภาพของ HOCl ที่สามารถอยู่ได้ไม่นาน ก่อนที่จะเสื่อมสภาพกลายเป็นน้ำเกลือทั่วไป

แต่โชคดีคือทุกวันนี้เทคโนโลยีที่พัฒนาได้ดีขึ้น ทำให้ HOCl สามารถอยู่ได้นานขึ้นได้ แบบมีเสถียรภาพอีกด้วย


pH ผิด ชีวิตเปลี่ยน

ค่า PH นั้นคือตัวที่สามารถบ่งบอกได้ว่าน้ำยาฆ่าเชื้อ HOCl นั้นมีคุณภาพหรือไม่ เนื่องจากค่า pH อุดมคติที่จะมีปริมาณ HOCl เป็นส่วนประกอบหลัก จะอยู่ที่ประมาณ 3-7 โดยหากมากกว่านี้ จะมีไฮโปคลอไรท์ (NaOCl) ที่ก้าวขึ้นมาเป็นส่วนประกอบหลักแทน ซึ่งจะทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อกลายเป็น Bleach หรือสารฟอกขาวไปโดยปริยาย ส่วนถ้ามี PH ที่ต่ำกว่า 3 จทำให้มีส่วนประกอบหลักคือคลอรีน

โดยส่วนประกอบหลักที่เป็นส่วนสำคัญในการฆ่าเชื้อนั้นเป็น HOCl ดังนั้นการที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ผลิตมานั้นเป็นอื่น ก็ต้องควบคุมให้ pH อยู่ในค่าที่เหมาะสม

อีกการศึกษาหนึ่งพบว่า HOCl นั้นสูญเสียความเสถียรภาพเมื่อพบถูกรังสี UV, แสงจากดวงอาทิตย์, อากาศ รวมถึงอุณหภูมิที่สูงกว่า 25 องศาเซลเซียส โดย HOCl บางผลิตภัณฑ์สามารถอยู่ได้ 1 เดือน เมื่อคุณได้ทำการเปิดขวด บางผลิตภัณฑ์ก็สามารถอยู่ในแก้วหรือขวดที่ทึบแสงเพื่อเพิ่มความเสถียรภาพ ดังนั้นการอ่านคำแนะนำของผู้ผลิตจึงสำคัญมากต่อการตัดสินใจใช้งาน

HOCl ในบทบาทคลินิกรักษาดวงตา

Anovena เป็นบริษัทแรกที่ตระหนักได้ถึงความยิ่งใหญ่ของ HOCl และเชื่อว่ามีประสิทธิภาพที่จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างดี จึงได้ทำการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับ HOCl หลังจากนั้นบริษัทอื่นก็ได้กระโดดเข้ามาร่วมวง

การศึกษาล่าสุดได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของ HOCl กับการลดปริมาณแบคทีเรียจากบริเวณผิวหนังรอบตา ซึ่งหลังจาก 20 นาที โดยจากการใช้งานเพียง 0.01% HOCl ก็เพียงพอที่จะทำให้ลดปริมาณของเชื้อ Staphylococci ไปถึง 99.6% (จาก 71 ผู้เข้าทดลอง) และการใช้ HOCl ซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื่องจากแบคทีเรียนั้นหากได้หลงมาอยู่ที่บริเวณรอบดวงตาแล้ว ก็จะใช้เวลาไม่นานในการที่จะกลับมาตั้งถิ่นฐานและเจริญเติบโตอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

HOCl นั่นได้ถูกกล่าวขานว่ามีประสิทธิภาพอย่างดีกับการต่อสู้กับ EKC (Epidemic Keratoconjuntivis) โดยมี Case Study เล็กๆ จำนวน 14 เคส ที่ถูกรักษาด้วย 0.008% HOCl จำนวน 4 ครั้ง/ 1 วัน ซึ่งเพียงจำนวนแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้คนไข้มีอาการที่ดีขึ้น แต่ในทางกลับกันมี 9 เคส ที่ HOCl นั้นไม่ค่อยมีประสิทธิภาพกับ Demodex นัก จากการศึกษาของ Kabat

สามารถอ่านบทความได้ที่ : https://www.optometrytimes.com/view/hypochlorous-acid-harnessing-natures-germ-killer

 

Powered by MakeWebEasy.com